ตุลาคม 28, 2007...10:56 pm

หลังจากนี้ จะเขียนแต่สิ่งดีๆ

ข้ามไปยังความคิดเห็น

นี่คือสิ่งที่จะกล่าวไว้ ให้ตัวเองได้รับรู้และเข้าใจ
ว่า จะไม่เขียนเรื่อง “หัวเสีย” ให้ตนเอง และผู้อื่นไม่สบายใจ
เรื่องแย่ๆ ต่อให้แย่ซักแค่ไหน ก็ยังมีข้อดีอยู่เหมือนกัน
อย่างว่า ก็คนเราชอบมองเรื่องดีๆ ต่อเมื่อรู้สึกดี
กับสิ่งนั้นๆ แต่กลับมองหาแต่ข้อเสียกับเรื่องบางเรื่องที่ไม่ชอบ

ถ้าหากว่าทนไม่ได้จริงๆจะระบายในนี้ก็คงเหมือน “ขี้”
แต่ที่นี่ไม่มีที่กดชักโครก ไม่มีทิชชู่
ทิ้ง “ขี้” ลงในนี้ก็เลอะเทอะ  เหม็น เสียบรรยากาศ

ยิ่งโต ข้อจำกัดของสิ่งดีๆ มันยิ่งซับซ้อนมากขึ้น
ตอนเด็กๆ เห็นอะไรสวยๆ ก็วาด
ไม่เห็นอะไรสวยๆ ก็วาด
เห็นอะไรไม่สวย ก็วาด
(เคยวาดก้อนขี้เหมือนกันตอนเด็ก)
แต่พออายุเพิ่มมากขึ้น ก็เหมือนเราจะเป็นฝ่ายเลือกว่า
อะไรสวย อะไรไม่สวย

สิ่งที่เราวาด และสิ่งที่เราเห็น มันก็เป็นแบบนั้น
มาตั้งแต่ก่อนเราเกิดแล้ว
มันก็เป็นอย่างนั้นแล
เราเป็นตัวกำหนดว่ามันสวยหรือไม่?
มันเกิดเป็นคำถามลึกๆว่า อะไรทำให้คนต่างวัย มองอะไรไม่เหมือนกัน
สายตาที่แก่(ยาว) นั้น มองเห็นอะไรที่ไกลๆ
แต่กลับมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ใกล้ๆ

เมื่อเราโตขึ้น เราเริ่มมองอะไรที่เป็นกระบวนการ
เริ่มยังไง และสุดท้ายจบยังไง
แต่ก่อนเราจะมองเพียงแค่ ส่วนกลางของกระบวนการ
แล้วคิดต่อไปว่า จะเป็นไปยังไงต่อ
ตอนเด็กๆ สรุปอะไรไม่ค่อยได้
จึงไม่ใช่คนที่ด่วนสรุป

การที่ไม่ด่วนสรุป ทำให้โลกใบน้อยๆกว้างขึ้น กว้างขึ้น
โลกนี้ไม่ได้มี แค่ฉันและเธอ แต่ยังมีเขา มีเรา มีเพื่อน
มีพ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อนข้างบ้าน เพื่อนของเพื่อน
เพื่อนของแม่ เพื่อนของพ่อ ฯลฯ
ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับโลกใบน้อยๆยังไง
แค่เพียง ไม่ด่วนสรุปว่าสิ่งนั้นดี หรือไม่ดี–สวย หรือไม่สวย
เท่านั้นก็อาจให้เวลาเราคิด และตัดสินใจ ในสิ่งต่างๆ
ได้อย่างลึกซึ้ง และเข้าใจกับมันได้อย่างดี

ใส่ความเห็น