สิงหาคม 3, 2007...12:25 am

รักน้อยๆ แต่รักนานๆ

ข้ามไปยังความคิดเห็น

“รักน้อยๆ แต่รักนานๆ” อาจจะไม่เหมือน “รักนะ เด็กโง่”
เพราะรักนะเด็กโง่ อาจจะดูเบาสมอง ใช้เป็นมุกไว้เล่นกัน
ซะมากกว่า แต่ รักน้อยๆ แต่รักนานๆ นั้นดูมีมิติเวลาเข้ามา
ทำให้รัก ดูมีมิติมากขึ้น

และ “รักนะ เด็กโง่” ก็คงไม่เหมือน “รักนะ แต่ไม่แสดงออก”
เพราะ รักนะ เด็กโง่ ดูว่าเป็นการแสดงออกมากไปจน มีคนพูดว่า
รักนั้นไม่จำเป็นต้องแสดงออก หรอกนะ เด็กโง่….
บางคนอาจเคยพูดไว้แบบนั้น

แต่ถึงอย่างไรก็ช่างเถอะ รักนั้นมันคือ อะไรหรือ?
เราเคยคิดว่า เออ รักน้อยๆนะ แต่ขอให้รักนานๆ
นั้น เข้าท่าดีแหะ ดูเป็นคำพูดที่น่าจะสร้างบรรทัดฐาน
ของความรัก ในอนาคตได้

แต่ว่าผลจากการสำรวจนั้นกลับตรงกันข้าม!
ผลสำรวจจากสถาบันX สำรวจไว้ว่า
คู่รักที่แต่งงานหรือคบกัน แล้วไม่ค่อยรักกัน มักเลิกลา
(คู่รักที่ไม่ค่อยรักกัน = คู่รักที่รักกันน้อย)
อาจจะดูผิดจุดประสงค์ของ บทความดังกล่าวที่ว่า
รักน้อยๆ อาจจะหมายถึง รักเพิ่มขึ้นทีละน้อย
แต่รักนานๆ อาจหมายถึง รักเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา

แต่ว่าผลจากการสำรวจนั้นกลับตรงกันข้าม! (อีกแล้ว)
รักนั้นจะเริ่มจากจุดสูงสุดถึงขนาดขั้นเลยทะลุขีดสูงสุด
และจะลดลงมาเรื่อยๆ ตามกาลเวลา ตามผลสำรวจ
แต่ความผูกพันกลับพลิกโผ เพิ่มขึ้นตามลำดับของ
ความเข้าใจ + กาลเวลา
อาจกล่าวเป็นบทความว่า
รักน้อยๆ ก็รักไม่นาน
แต่รักนานๆ ก็คือความเข้าใจ

รักจะเพิ่มขึ้นทีละน้อยได้อย่างไร?
อาจเป็นช่วงแรกพบ ที่เราเจอใครซักคนที่เข้ามาในชีวิต
แล้วเราค่อยๆรักเพิ่มขึ่น เพิ่มขึ้น จนไม่อาจถอนตัวได้
ก็กลายเป็นรักซะมากไปซะอย่างงั้น พอเราได้คุยได้รู้จัก
กันมากขึ้น ความตื่นเต้นแรกพบก็อาจหายไป ความรักหายไป
หายไปไหน? ความรักเปลี่ยนสภาพไปเป็นความผูกพัน
เป็นมิตรภาพ และบางคนถึงขนาดเป็นคู่อาฆาตเลยก็มี

ในชีวิตหนึ่ง จะรักใครน้อยๆนั้น ฟังดูไม่เข้าท่าเท่าไร
แต่ถ้าเพิ่มคำว่า รักนานๆเข้าไป ก็ทำใจชุ่มช่ำใจไปสามวัน
เจ็ดวัน ตรงกันข้าม ในชีวิตนี้ จะรักใครมากไปก็ไม่ได้
เพราะบางคนรักคนรักมากไปจนลืมรักตัวเอง
อันนี้ก็ไม่ใช่ ความรัก

วันนี้ืี่เขียนไม่ใช่เพราะกำลังอินเลิฟ
หรือหลงรักใครซักคนหรอก แต่ข้องใจจัง
กับคำว่า “รัก”

ใส่ความเห็น