พฤษภาคม 22, 2009

พรรคพันธมิตร สนธิ สัจจะ ความถูกต้อง

วันนี้เกาะกระแสการเมืองเกี่ยวกับการตั้งพรรคพันธมิตร
จากที่รับรู้รับฟังมามากพอ ก็พอทำเนาได้ว่า ASTVประโคมข่าวตั้งพรรคการเมือง เพื่ออะไร?  ไม่ยากครับหลักการนี้เพื่อสร้างความหวังให้กับผู้คนที่เอือมการเมืองครั้งนี้ และก็จุดติดได้ไม่ยากเพราะผู้คนพร้อมที่จะเอือมการเมืองแบบนี้มานานแล้ว

เป็นการลบกระแสแดงเทียมแดงจริงไปได้หลายขุม กลายเป็นเหลืองมาแว้ววววววว นั่นเอง ทั้งที่แต่ก่อนคุณสนธิได้ยินข่าวจะตั้งพรรคก็ปฏิเสธเสียงแข็ง แต่ตอนนี้แกคงเอือมเหมือนๆกัน เลยอาศัยจังหวะ “เอือมเพื่อสร้าง” อะไรใหม่ๆ ตั้งความหวังให้ผู้คน ส่วนหวังลมหรือหวังแล้งก็ต้องดูกันต่อไปยาวๆ โดยส่วนตัวผมสนับสนุนพันธมิตรตั้งพรรคเพราะเป็นการนำมวลชนมาสู้กันในระบบ เพื่อสร้าง เพื่อถ่วงดุล อำนาจที่จะแกะจะกินกันอย่างเดียว

ผมฟังนักข่าวช่องต่างๆรายงานข่าวเกี่ยวกับการเลือก ส.ส.มาเป็นรัฐมนตรี ทำไมต้องอาศัยระบบ “โควต้า” แทน “ความสามารถ?” แล้วนักข่าวบ้านเราก็ไม่ยอมถามว่าคุณ ส.ส.ท่านที่จะมาเป็น รมต. นั้นมีประการณ์อะไรมาก่อนจึงสามารถมาเป็น รมต.ของกระทรวงต่างๆได้?

ผมไม่เคยเจอคำถามประเภทนี้ในหน้าสื่อเลย…… ผมก็เอือมครับ

แต่… การที่ASTVออกข่าวด้านเดียวว่า “จะตั้งพรรคหรือไม่” กลับไม่พูดเลยว่า ถ้าไม่ตั้งพรรคการเมือง แล้วพันธมิตรจะทำอะไรต่อไป? พูดง่ายๆคือ สร้างความหวังไว้อีกด้าน แต่ไม่สร้างความหวังอีกด้าน อย่างนี้ผลออกมาก็รู้กันอยู่แล้วว่า “ตั้งแน่นอน” นี่เป็นปรากฏการณ์ที่พันธมิตรเองก็ไม่อาจโต้แย้งประการนี้ได้

ส่วนเรื่องเครือเนชั่นนั้น ตัวตนก็เริ่มโผล่แล้ว พูดง่ายๆ เมื่อเรามีศัตรูคนเดียวกัน “เราพวกเดียวกัน” แต่เมื่อจะขอแยกทางกัน จากมิตรกลายเป็นอื่น อื่นที่ว่านี้ ไม่ได้ว่าจะเป็นศัตรู แต่อาจจะกัดกันเล่นๆ แย้งกันหน่อยๆ เสียดสีกันบ้าง หรือ อาจถึงขั้นศัตรูกันในวันข้างหน้า ก็มิอาจคาดเดา เพราะก็เป็นที่รู้กันว่า ใครเป็นพ่อใหญ่แต่ละสาขาสื่อนั่นเอง

พันธมิตรนั้นเป็นผู้คนที่รวมกันตามสาขาและภาคต่างๆที่ไม่ชอบทักษิณ แต่… ส่วนตัวพวกเขาชอบใครนั้น ไม่รู้ แต่คงไม่ได้ชอบพันธมิตรทั้งหมดหรอกครับ เขาอาจหลอกกันตี หลอกกันฟันทักษิณคนละที เพื่อความชอบของตัวเอง…

สัจจะนั้นเปลี่ยนแปลงมิได้ นี่เป็นบทพิสูจน์ครับว่า คุณสนธิจะดี จะร้าย เพราะเมื่อใดก็ตามที่คุณพร้อมจะกลืนน้ำลายตัวเอง ซึ่งคุณด่าคนอื่นอยู่บ่อยๆน้ัน แสดงว่าคุณพร้อมจะกลืนน้ำลายตัวเองอีกเมื่อไรก็ได้ ไม่มีข้ออ้างสำหรับเพื่อชาติ เพื่อมวลชนเรียกร้องครับ ถ้าคุณพร้อมที่จะยึดถือสัจจะ ถึงจะมีมวลชนนับแสนนับล้านมายื่นอำนาจให้กับคุณ แต่เมื่อคุณประกาศไปแล้วว่าจะไม่รับอำนาจทางการเมืองผมขอให้คุณ ละ เลิก วาง อำนาจที่เหล่าผู้คนนั้นมอบให้ ลูกผู้ชายถือสัจจะยิ่งกว่าสิ่งใด ขอโปรดพิจราณา

ผมก็อดเป็นห่วงและดีใจในเวลาเดียวกันว่า
การตั้งพรรคเนี่ยแหละ เป็นการคัดเลยว่าใครเป็นใคร ใครเชียร์ใคร ใครพวกไหน ใครหลอกกู เป็นต้น… หรือนี่จะเป็นแผนที่ชาญฉลาดเพื่อจะนับว่ามีคนชื่นชมตนเองอยู่เท่าไรผ่านการเลือกตั้ง แต่ก็เสี่ยงพอดูเพราะอย่างที่บอกคนที่ “ร่วมกันตี” ทักษิณ ไม่ได้ชอบพันธมิตรทั้งหมดหรอก เกมนี้นับเป็นว่าเสี่ยง เสี่ยงดีหรือร้ายนั้นรอดูต่อไปเทิด ไอ้มดแดงงงงงงง วิ้วววววว

พฤษภาคม 18, 2009

จากบทความสู่การปฏิบัติ

ควันหลงจากเหตุการณ์บ้านเมือง
ทำให้อารมณ์ของผมผันแปรไปตามสถานภาพของรัฐบาลและเศรษฐกิจ
อะไรๆตอนนี้ก็ดูจืดสนิท (หลังจากเผ็ดร้อนมาตอนเมษา)
หลังจากความจืดนั้นจะส่งผลให้หลังจากนี้ “ขม” หรือ “หวาน”
ก็อยู่ที่วันนี้เรา พวกเรา พวกเราชาวไท จะทำอะไรก็จะส่งผลถึงวันพรุ่งนี้

หลังจากไม่ได้เขียนอะไรมานานแสนนานก็กลับพบว่า
บทความเก่าๆกลับได้รับการตอบรับดีมาก สำหรับผมการที่มีคนอ่าน เข้ามาเจอโดยบังเอิญ
ก็เป็นความรู้สึกดีๆที่ควรเก็บไว้ในความทรงจำ
ถึงแม้ว่าการพบกันนั้นจะเป็นความบังเอิญโดยไมได้ตั้งใจหรือตั้งใจ
ช่วงอายุนี้ ผมก็คลุกคลีอยู่กับข่าวสาร เหตุการณ์ของบ้านเมือง
ว่างๆก็กลับมาดูตัวเอง สังเกต พิจารณา ตัวเองว่าเรามีข้อดี ข้อด้อยอะไรบ้าง

ผมสังเกตแล้วว่าตัวผมเองนั้นยังอ่อนแอ ผมยังคงมีความหวั่นไหวกับความเห็นของคนอื่น
ทั้งการชื่นชมและการต่อว่านินทา ผมรับไม่ได้กับการพูดจาเสียดสี พูดจาใส่ร้าย พูดโกหก
ทั้งๆที่ทั้งหมดนั้นจะเป็นความจริงหรือไม่ก็ตาม อารมณ์ของผมเร็วกว่าเหตุผล

และการสังเกตุนั้นก็นำผมไปพบสู่โลกแห่งธรรม อาจจะพูดแล้วดูผมเป็นคนธรรมะธรรมโม แต่โลกแห่งธรรมนั้นในความเห็นผม เราก็อยู่กับมันอยู่ทุกวัน แต่เป็นแง่มุมบางแง่ที่เราไม่ได้มอง โลกแห่งข่าวสารนำพาเราออกจากธรรม โลกแห่งการชวนเชื่อพาเราออกไปไกลจากที่เราเป็น

ทุกวันนี้ผู้คนบูชาเงินมากกว่าข้าว บูชาคนรวยมากกว่าคนดี บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างหลับหูหลับตา บูชาเพลงป็อปมากกว่าร็อค>> (ฮาาาาาา อันนี้ความเห็นของผมชาวร็อค)คนไทยเรานอบน้อม เจอสัตว์พิการก็ยังให้ความเคารพ กราบไหว้ (แต่ขอบอก จิ้งจกสีแดงบอกหวยแม่นมากกกกกกกก มีห้านิ้วทั้งสี่ขา หวยออก54 แม่นมาก)

ผมเป็นคนนึงที่หวั่นไหวตามข่าวสาร ตามละครหลังข่าว ตามโฆษณาที่คอยแต่บอกว่า “ผมมันยังดีไม่พอ” “ผมยังวงแขนขาวไม่พอ” ซึ่งแต่ก่อนยังอยู่ในกลุ่มผู้หญิง เดี๋ยวนี้ระบาดมาถึงชายสัญชาติไทยคนนี้แล้ว ระบาดหนักยิ่งกว่าไข้หวัดH1N1อีก มันทำให้ผมต้องแอบชำเรืองวงแขนตัวเองอยู่บ่อยครั้ง แต่ผมกลับชอบโฆษณาเหล้า เพราะเหล้าจะชวนเชื่อเรื่องมิตรภาพและปิดบังเรื่องวิวาทกันได้อย่างแนบเนียน

หลังจากนี้ผมคิดว่าถ้าผมต้องชำเรืองวงแขนตัวเองผมจะต้องเบี่ยงเบนแน่ๆเลย ผมเลยหันมามองว่า “เราควรจะวงแขนขาวไหม? และถ้าขาวนั้นควรจะขาวแค่ไหนดี? ถ้ามันขาวไม่ได้ทำให้ไม่มีกลิ่นได้ไหม?” สิ่งที่วนเวียนอยู่นั้น เป็นสิ่งดีที่เราควรดูแล แม้จะเป็นส่วนเล็กน้อยก็ตาม อาจเรียกได้ว่า “ดูแลน้อยนิด แต่รักมหาศาล” โฆษณาทำให้มนุษย์หันกลับมามองตัวเอง และวงแขนขาวไม่ขาวนั้น ก็คงไม่เกิดขึ้นได้ถ้าในโฆษณาไม่ทำให้เกิดการเปรียบเทียบ

สิ่งที่ผมกำลังวนเวียนว่ายวนอยู่นั้น คือ การเปรียบเทียบระหว่างสิ่งที่มนุษย์กำหนดขึ้นมา

หรือพูดอีกก็คือผมกำลังอยู่ในความคิดเห็นของคนบางกลุ่มที่สร้างภาพให้เกิดการเปรียบเทียบ ผมบอกแล้วว่าผมอ่อนแอ ผมหวั่นไหวกับละครหลังข่าว

และทุกวันนี้โลกข่าวสารนำเรื่องดีและร้ายมาให้เรา ไม่ว่าการนินทาในกระทู้ การใส่ร้ายในคอมเม้น แต่ผมกำคว้าสิ่งที่สามารถเป็นคัมภีร์ไบเบิ้ลชีวิตของผม ในช่วงที่อ่อนแอนี้
ผมไปเจอเวบบอร์ดเก่าๆ ที่ไม่มีการทำงานการตลาดมาร์เกตติ้ง ไม่แม้แต่จะลงทุนจดทะเบียนรายเดือน ยังอาศัยการเช่าฟรีของผู้ให้บริการ การบริหารของเว็บมาสเตอร์ก็เป็นไปด้วยความไม่รู้ ทำให้เว็บบอร์ดออกมาพอดูได้ แต่เนื้อหานั้น คัดกันมาอย่างเน้นๆ (ผมกำลังโฆษณาชวนเชื่อคุณอยู่)

มีกระทู้หนึ่งเขียนไว้ว่า
“ทำอย่างไรถึงจะเป็นคนเข้มแข็งไม่หวั่นไหวต่อความเห็นของมนุษย์ได้?”
ซึ่งหัวข้อได้เป็นตัวแทนกับของความรู้สึกผมเลย เหมือนเป็นปัญหาทั่วไปที่ใครๆก็เจอได้ ลองอ่านกันดูนะครับ ผมอยากให้ทุกคนได้รับความรู้สึกอย่างที่ผมได้รับ
และเข้มแข็งพัฒนาชนชาวไทย ให้เจริญและมีแต่ความสุขโดยไม่ต้องมีวงแขนขาวกัน

อ้างอิง
ขอบคุณ deedi – deedi_deedi@email.com; deedi@keromail.com
หน้าหลักของเว็บบอร์ด

ทำอย่างไรถึงจะเป็นคนเข้มแข็งไม่หวั่นไหวต่อความเห็นของมนุษย์ได้?

พฤษภาคม 5, 2009

ถึงใครบางคนที่ฉันรักสุดหัวใจ

ถึงใครบางคนที่อยู่บนฟากฟ้า
ถึงใครบางคนที่อยู่เคียงข้างฉัน
ถึงใครบางคนที่เป็นห่วงกันทุกวัน

ทุกวันนี้ถึงฉันจะมีอะไรตั้งหลายอย่างในชีวิต
ทั้งเงินทอง สิ่งของ และอาหาร ทุกสิ้นทั้งสิ้นล้วนมาจากคนที่ฉันรัก

“ป๊ากับแม่ก็ทำได้แค่ให้ปากกากับลูกคนละด้าม”

ประโยคนี้ตราตรึงอยู่ในหัวใจของฉัน
ความหมายอาจไม่ได้ยิ่งใหญ่
แต่ความรู้สึกนั้นประเมินไม่ได้

ฉันยังคงต้องมีชีวิตที่ดี ต่อไป
เพื่อใช้ปากกาด้ามนั้น แต่งแต้มชีวิต
ขีดเขียนประสบการณ์
ตอบแทนผู้มีพระคุณ
ที่ได้มอบปากกา และ ชีวิต ให้กับฉัน

ที่ผ่านมา ฉันทำผิด
ฉันทำพลาด อยู่มากมาย
ฉันได้แต่หวังว่าฉันจะเป็นคนใหม่
ฉันได้ทำแค่เสี้ยว ของคำว่ากตัญญู

ฉันตั้งใจจะเปลี่ยน
ฉันจะเป็นคนใหม่
ฉันจะเปลี่ยน

เมษายน 18, 2009

คนไทยต้องยอมรับทุกๆสิ่งทุกอย่างก่อน แล้วจึงจะพัฒนา

ต้องยอมรับก่อนครับว่าประเทศเรานั้นมีปัญหามาตั้งแต่ 2475 แล้ว
การปฏิวัติครั้งแรก ไม่ได้ทำให้สังคมไทยศิวิไรซ์ขึ้นเลย
กลับกลายเป็นการปล้นอำนาจจนไม่สิ้นสุด จนถึงปัจจุบันนี้
ต้องยอมรับครับว่า การปฏิวัติได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทย
ประเทศแห่งการประนีประนอม ทำให้ปัญหาถูกกลบฝังลงไปในโอ่ง
รอวันขุดพบเท่านั้นเอง

เหตุการณ์ปฏิวัติที่ผ่านมาแต่ละครั้งก็เหมือนการฝังปัญหาลงไปในดิน
รอเพียงวันเวลาที่ขุดพบเท่านั้น เหมือนเล่นซ่อนหากันอย่างนั้น
แล้วปัญหาที่ประเทศเรายังไม่ค้นพบ ปัญหาที่สำคัญที่สุดก็คือ “การศึกษา”
พวกเราทุกคนต้องยอมรับนะครับว่า การศึกษาประเทศเรานั้น “แย่จริง”

ไม่ต้องว่าอะไร ทุกวันนี้เด็กจบ ป.ตรีมา ส่วนใหญ่ทำงานไม่ตรงสาย
ส่วนแล้วอีกส่วนหนึ่งทำงาน ในลักษณะที่ไม่ต้องเรียนจบ ป.ตรีก็ได้
อย่างเช่น แครชเชียร์ ประชาสัมพันธ์ และอื่นๆ ที่ไม่ต้องจบ ป.ตรี
นี่แหละครับ ปัญหาแรกที่คนไทยต้องยอมรับ
ถ้าไม่ยอมรับ นั้นปัญหานี้จะยังคงค้างคา และเราก็ยังจะคงแตกแยกอย่างนี้ตลอดไป

ส่วนที่สอง ประเทศเราไม่สามารถพัฒนาเอกลักษณ์ของตนเองได้
ไม่ว่าวงการไหนก็ตาม สังเกตุได้จะเป็นลักษณะของการลอกเลียน ลอกแบบขึ้นมา
ก็เนื่องมาจากปัญหาที่หนึ่งแหละครับ

นี่แค่ปฐมบทของสิ่งที่พวกเราคนไทยทุกคนต้องยอมรับ
และไม่ควรดูหมิ่นเหยียดหยามใคร เพราะนี่คือความพ่ายแพ้ของคนไทย
ของการศึกษาไทย ของลูกหลานเรา และของประเทศเรา

    ความคิดเห็นที่ 1

    คนมีอำนาจก็ิคิดว่า  ”การปฏิวัติ”  จะแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้มั้งครับ

    ประเทศเราคงจะมีการปฏิวัติมากที่สุดในโลกแล้ว

    ไม่อยากให้มีการปฏิวัติอีกต่อไป

    อยากให้คนมีอำนาจรักประเทศไทย และ หันหน้ามาพูดคุยเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติมากกว่าครับ

    จากคุณ : คนไทยรักชาติไทย – [ 18 เม.ย. 52 17:57:48 A:124.120.158.62 X: ]

<!–pda tag=”


“–> <!–pda tag=”

“–>

    ความคิดเห็นที่ 2

    พวกหัวเก่าคิดแต่จะ ปฏิวัติความคิดของคนอื่นให้มาคิดเหมือนตนแต่ไม่คิดปฏิวัติความคิดตัวเองก่อน

    ไม่เคารพความคิดคนอื่น  ไม่รู้จักหน้าที่ของตน บ้านเมืองมันเลยย่ำแย่ลงไง โง่แต่ขยัน

    แล้วอีกอย่างประเทศเราพวก มือถือสากปากถือศีล ปากว่าตาขยิบ มันเยอะ

    จากคุณ : GodHeart – [ 18 เม.ย. 52 18:18:43 A:58.64.79.35 X: ]

<!–pda tag=”


“–>

    ความคิดเห็นที่ 3

    ประชาธิปไตย

    จากคุณ : compatible – [ 18 เม.ย. 52 18:32:32 A:125.24.50.159 X: ]

<!–pda tag=”


“–>

    ความคิดเห็นที่ 4

    อดแปลกใจกับการปฏิวัติ ที่คนเอาดอกไม้ไปวางที่รถถังไม่ได้

    เคยได้ยิน สนธิ บอกว่าเค้าเป็นคนเซ็ทให้ คมช เพื่อให้ภาพดูเบาลง

    และเหมือนสร้างความชอบธรรมให้การปฏิวัติในครั้งนั้น

    แต่บอกตรงๆครับจากวันนั้นถึงวันนี้ ดูสิครับพวกมันทำลายอะไรไปบ้าง

    ผมว่าแทบจะทุกอย่างที่ประเทศเราเคยมีเลยนะครับ

    คือผมเห็นหลายคนโทษทักษิณ ไอ้การคอรัปชั่น มีกฏหมายตรวจสอบครับ

    ทำโทษกันไป แต่การปฏิวัติคือการยึดและยุติอำนาจประชาชนไปสู่มือใคร

    ผมเคยบอกเพื่อนว่าถ้าคนส่วนใหญ่เขายินดีกับรัฐบาลทหาร
    ผมขอเป็นคนส่วนน้อยตลอดไปก็ได้

    จากคุณ : รักประชาธิปไตยแต่ไม่แดง (abadibe) – [ 18 เม.ย. 52 20:17:07 A:125.24.88.123 X: ]

<!–pda tag=”


“–>

    ความคิดเห็นที่ 5

    เราว่าปลูกฝังวิธีคิดน่าจะได้ผลมากกว่านะคะ
    เช่น ต้องซื่อสัตย์ ต้องมีวินัย ต้องรักชาติ รักความถูกต้อง
    (มันก็คงจะอยู่ในส่วนหนึ่งของการศึกษา)

    ต่างประเทศนี่เขาก็ไม่ได้ร่ำเรียนกันสูง ๆ กันทุกคนนะคะ พวกที่จบ ม ปลายแล้วไม่เรียนต่อเยอะแยะ แต่ว่าสังคมเขามีระเบียบ

    อย่าง คนเกาหลี มีช่วงนึงเขาต่อต้านเนื้อนำเข้าจากอเมริกา แล้วสนับสนุนให้คนในชาติทานเนื้อที่ผลิตได้ในประเทศ ทั้ง ๆ ที่เนื้อในประเทศแพงกว่า
    แม่ค้าเค้าก็เอาแต่เนื้อในประเทศมาขาย ซึ่งแม่ค้าเองก็ไม่ได้จบปริญญาตรีอะไรกับเขาหรอกค่ะ
    วินัยและความรักชาติมันช่วยได้…

    จากคุณ : miss incredible – [ 18 เม.ย. 52 20:25:42 A:125.27.209.18 X: ]

<!–pda tag=”


“–>

    ความคิดเห็นที่ 6

    อื้ม ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้ชื่นชอบทหารในฐานะทหาร
    ผมชื่นชอบ ชื่นชมทหารเรื่องความเก่งกล้า  สามารถ และปกป้องพวกเราจากศัตรู

    และการรัฐประหารถึงครั้งนั้นผมจะเผลอเห็นดีเห็นงามไปด้วย
    แต่ผมว่ามันก็คือปัญหาเพราะตอนนั้นผมว่าทักษิณก็อาจจะไปไม่ได้ไกลนักหรอก
    เพราะปัญหามันรุมเร้าเยอะ

    ผมเห็นด้วยกับคุณ miss incredible
    เรื่องปลูกฝังวิธีคิดมากเลยครับ จริงๆแล้วถ้าปลูกฝังศีลธรรม จรรยาบรรณ
    คนก็จะทำเพื่อบ้านเพื่อเมืองอย่างจริงจัง

    จากคุณ : wahz666 – [ 18 เม.ย. 52 20:58:23 A:58.8.169.218 X: ]

เมษายน 14, 2009

แดงชั่ว ไร้สามัญสำนึกความเป็นคน

ประชาธิปไตย โถ่ ถุ๊ย
กูไม่เอาประชาธิปไตยของมึง และมึงเลิกพูดในสิ่งที่มึงเองก็ไม่เข้าใจ
มึงคิดแค่ว่าพ่อมึงจะกลับมา และมึงจะอยู่ดีกินดี
โธ่…. ไอควายกลับไปไถนาอะดีแล้ว อย่ามาเลย เมืองหลวง
คนที่นี่เค้าศิวิไลซ์ ไม่ว่าจะมาจากไหน คนที่นี่เค้าไม่ทำเยี่ยงสัตว์เหมือนมึง
กรุเทพเปิดโอกาสให้กับชาวนา เข้ามาเป็นแรงงาน ทำมาหากิน
พัฒนามาเป็นเจ้าของกิจการได้ ด้วยแรงแข็งขัน
รวยจนมาเป็นเจ้าสัวได้ตั้งหลายคน โดยอยู่ภายใต้ระบอบอำมาตย์ที่มึงเกลียดนักเกลียดหนา
กูอยากบอกว่า พวกมึงอะ สันดารเหี้ย ขี้เกียจ แดกเหล้าเมายา
ไอห่า แล้วมาบ่นว่าพวกกูดูถูก พวกกูไม่ได้ดูถูกรากหญ้า
แต่กูดูถูกไอพวกขี้เกียจ สันหลังยาว ไม่ว่าแมร่งจะรวยแค่ไหน
แมร่งขี้เกียจแมร่งก็เป็น กุลี สันดารไพร่ ดีๆนั่นเอง
กูขี้เกียจพูดแล้ว ยังไงๆ สันดารมึงก็ไม่มีปัญญามาอ่านในนี้หรอก
สถานที่ยังงี้พวกมึงไม่ชอบหรอก ที่จะเข้ามาอ่าน มันเป็นสถานที่ของคนเปิดตา เปิดใจ
ไม่ใช่ควาย เขาบังหู เอาเป็นว่าให้ภาพข้างล่างมันสะท้อนสันดารพวกมึงดีกว่าวะ
ไอสัตว์หางแดงทาสเหี้ยแม้ว อวดฉลาดชอบขี้โกงคิดว่าแน่ โธ่หน้าตัวเมียดีๆนี่เอง


เมษายน 11, 2009

ไอเหียก ไอห่า ไอบัดซบ เสื้อแดง ทักควย

ผมมันเหลืออดแล้วครับว่าจะไม่เขียน ไม่อยากเขียนแต่ถึงวันนี้ต้องออกมาพูดหน่อย ไอห่ารากกกกกกกกกก แมร่งใครวะให้สิทธิไอพวกกุลีพวกนี้ทำตัวเยี่ยงสัตว์หมา นรก ควายพุดมาจากอเวจีย์ขุมไหนวะเนี่ย สัตว์…………. ควายยังมีประโยชน์กว่าพวกแมร่ง สมองควาย ปัญญหาทาส ฟังไม่คิด พวกกอบโกย พวกหน้าหมา พวกเห่าหอน วันหอนอย่าง บางวันหอนอย่าง ไอสัตว์ พวกมึงมีสิทธิหรอวะ กูก็มีสิทธิ สัตว์ ชุมนุมอะไรกูก็ไม่เคยไป เสื้อเหลืองปิดสนามบิน กูก็เซ็งเป็ดแล้ว แค้่ไอห่าราก ทาสไอแม้ว แมร่งเหี้ยกว่าอีก มึงด่าเค้า มึงยังทำตามมัน ไอเหี้ย

มึงนี่เหี้ยหาตัวจับยากมาก ไร้สมอง มีหัวไว้ให้ประหาร เลือดมึงคงไปหล่อเลี้ยงไม่ถึงหัวสินะ ใช้แต่ตีนมากไป เหี้ยเห็นใจวะ

กูแนะนำนะ เอาตีนตบมึงนะตีหัวหน่อย ตีแรงๆหน่อย ตอนบูชาพ่อมึงอะ จะได้มีเลือดไปหล่อเลี้ยง เผื่อจะมีสติคิดอะไรได้บ้าง ผ้าโบกหัวมึงอะ เคยมีอันไหนไหมเขียนว่ารักในหลวง มีแต่รักพ่อมึงอะ กูว่าคงไม่ใช่พ่อมึงหรอก เรียกว่าศาสดาจะดีกว่า ศาสดาที่พวกมึงบูชาอะ มันเหี้ย มันป็อด ไอสัตว์ มึงจะไปเชื่อฟังแมร่งทำไม มันพาลูก เมีย เมียน้อย ออกนอกไปหมดแล้ว มึงก็ยังโง่ ทำให้มันอีก เสื้อเหลืองทำผิด แต่กูเปิดใจฟัง มันก็พอมีเหตุผล แต่ไอห่ารากมึง เหตุผลกูฟังไม่ขึ้นว่ะ กูคงฟังภาษาควายไม่รู้เรื่อง ไอเหี้ย

ถ้าเป็นกู กูจะสงบเสงี่ยม ยังไง สื่อก็อยู่ข้างพ่อมึง มึงชุมนุมเหี้ยอะไรเค้าก็ออกให้กูเห็นออกบ่อย พ่อมึงพูดอะไรเค้าก็เอามาสรุปให้ ทุกช่อง ไอพวกควายเอ๋ยยยยยยย ควายเอ๋ยยยยยยยยยย ควายเอ๋ยยยยยยยยยยยยยยยยยย แปะๆๆๆๆๆๆๆ ตีนเหี้ยๆของมึงก็ดังขึ้น

สดุดีพ่อมึง พ่อโจรที่อยู่นอกประเทศ เป็นกูไม่ได้ กูจะจ้างกองโจร ยิงระเบิดแมร่งถึงห้องเลย เอาตอนวิดีโอลิ้งเลย ให้พวกมึงเต้นพากๆๆๆๆ เฮ้ยใครจะจ่ายเงินให้กูวะ แมร่งตายห่าแล้ว

ไอสาดดดดด กูจะเป็นคนนึงที่จะสาปแช่งพวกมึงที่คิดร้ายกับประเทศของพวกกูที่รักในหลวงและราชวงศ์ด้วยความจริงใจ
ให้พวกมึงเสื้อแดงหัวควย ทาสไอสัดแม้ว แม้วหน้าตัวเมีย เหี้ยกลับมาเกิด ยิ่งกว่าเหี้ย เหี้ยโดนฟ้าผ่าตายห่าภายในเจ็ดวัน
แผ่นดินสูบ ตอนนี้ดูไบคงใกล้จมและ เพราะพ่อมึงอยู่นะซิ เหี้ย หนักแผ่นดินโลก เปลืองออกซิเจน ไอพวกก่อการร้ายประเทศ
ไอพวกทาส จัณไร กุลี ไอสัด

เมษายน 9, 2009

Bangkok, Road Colsed

What a funny city in the world!
The democrazy!!! Oh no, it is the democracy in style of our own, Thailand politic. What are a red-shirt saying about thier democracy. Is it not the same as a yellow-shirt democracy?

In Thailand we have a problem about the education all over the country! I would not saying I have educated more than that red-shirt people. But I think yellow-shirt have the information more than that red one. Thus, I could forgive the yellow one to close international airport more than the red operation.

I have tried for many times to listen thier TV cable, Dstation. Trying to get the infomation that why they very hate  Bureaucratic polity. BUT!! I have not got any informations from them!!

On the highpark state, they just showed the expression for saying Bureaucratic polity is very bad. They said against the Bureaucratic politiy by no reason. And they said that if Taksin come back everything will be better, everyone will be having money. But Taksin, he never mention about a method how he can make everyone rich.

FUKING THE WORLD OF DEMOCRACY!!!!

มกราคม 23, 2009

นักฟุตบอลไทยสะท้อนวินัยชาติ

คำคำนี้ฟังดูคุ้นๆมั้ย
เหมือนเคยเจอตามถนนทั่วไป
แต่ตอนนี้ปรากฏต่อหน้าข้าพเจ้าอีกที
กับฟุตบอลไทยและเลบานอล
ถึงแม้ว่าเราจะไม่เริ่มก่อน
แต่เราก็มี “ส่วนร่วม” กับเหตุการณ์นั้น
การลงโทษ กรรมการ กติกา
ลดหย่อนผ่อนโทษตามอารมณ์
ของฝ่ายเสียสติ แล้วเป็นไง
เหตุการณ์ไม่จบไม่สิ้น
เกิดเป็นไทย ยึดหยุ่นได้ไม่หยุด
ทุกสิ่งทุกอย่างยึดหยุ่นได้หมด
เงินยิ่งเยอะ ก็ได้ยางดีหน่อย ยึดได้เยอะกว่า
เงินน้อยก็ทำใจ ได้ยางไม่ดี

คนทำผิดกฏหมาย คนไม่ผิดนะ กฏหมายผิด
เราก็แก้กฏหมายกันไป
นี่เราก็เพิ่งแก้กฏหมายไปอีกแล้ว
“กทม.ยกเลิกการประกาศใช้ ร่างข้อบัญญัติห้ามสร้างตึกสูงรอบวังสระปทุม เขตราชเทวี-ปทุมวัน
เหตุผล “มีคนได้รับผลกระทบมาก”
คนที่มีผลกระทบ ถามหน่อย
กฏหมายก็ยืนอยู่ตรงนั้น
ไม่อ่านใช่มั้ย หรืออ่านแต่ไม่สน
ทำเลทอง อยากสร้าง สร้างไป
เคลียทีหลัง ใช่มั้ย
ใช่ซิ ก็สร้างไปแล้ว ลงทุนไปแล้ว
อย่าทุบเลย เสียดาย ขาดทุน
เจรจากันดีกว่า สุดท้ายเป็นไง
ผ่อนผัน ตามเดิม

เห็นแล้ว เฮ้อ
เดี๋ยวอีกหน่อย ฆ่าคนตายก็ไม่ผิด
“เอาหน่า ไหนๆก็ตายไปแล้ว เจรจากันดีกว่า”
เจริญ

ตุลาคม 25, 2008

Bye, นอน – สิงห์เหนือเสือใต้

ชื่อเพลง/Title : Bye
อัลบัม/Album :
ศิลปิน/Artist : สิงห์เหนือ เสือใต้

เฮ้เธอ ก่อนโบกมือลา ขอร้องเธอทบทวนบางอย่างที่เราสัญญา
ว่าจะไม่ลืมทุกสิ่งทุกอย่าง แม้วันข้างหน้าจะเปลี่ยนไป
สัญญานะจะไม่ลืมเลือนว่าเพื่อนคนนี้คือใคร
และขอให้จำขึ้นใจว่าไม่มีใครใดอื่น
จริงใจกับเธออย่างนี้ เท่ากับเพื่อนเก่าเพื่อนซี้ในเมื่อวานซืน
และคนที่หยัดยืนเคียงข้างเป็นเพื่อนไม่เป็นอื่น และจะเป็นอย่างงี้เสมอไม่ว่าในพรุ่งนี้หรือวันมะรืน

และฉันไม่คืนคำหรอกเพื่อนรักไม่ต้องเขิน ไม่เคยจะพูดออกไป ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่เขิน
และฉันก็กลั๊วกลัวเธอจะไปคิดว่าผิวเผิน เวลาจะไม่มีอยู่แล้ว แต่ความรู้สึกยังมากเกิน
จะพูดไปเพลิ๊นเพลิน ว่าทางเดินมันจบตรงนี้หละ
ประตูบานเก่าปิดลง ประตูบานใหม่ก็เปิดขึ้นแล้วล่ะ
เมื่อเธอต้องไปลำพัง ก็จงดูแลตัวเองดีๆนะ
และเจอกันใหม่อีกครั้งเมื่อเป็นผู้ใหญ่ ฉันมั่นใจ..
ว่าเธอจะแข็งแรง กว่าเมื่อก่อน
จะมีวันที่ดี อย่างที่เคยฝันเอาไว้เมื่อก่อน

* ฉันมีเรื่องราวดีๆ ที่ทำให้ใครต้องอิจฉา
ฉันมีเวลาดีๆ กับเพื่อนดีๆตลอดมา
แต่ว่าคนอื่นๆจะเป็นยังไง เธอยังมีความหมาย บอกไว้ก่อนนะ..
คือความทรงจำดี งดงาม เตรียมไม ไม่เลือนลาง

และเข็มนาฬิกาที่มันเคลื่อน ก็พาเรามาจนถึงวันที่ตัวฉันเองก็อยากเลื่อน
ถึงเวลาที่คำว่าเพื่อน ต้องตามหาสิ่งที่ตัวเชื่อ
หยิบปากกามาเซ็นต์เสื้อว่าในทุกเมื่อที่น้ำตาทำแก้มของเธอเปื้อน
มันจะเป็นเรื่องธรรมดา ความเศร้าไม่เคยมาแตะ ทีนี้ก็แค่พระศาสดา
เมื่อเรายังเป็นแค่คนที่ออกเดินค้นในสิ่งที่ตามหา ขวากหนามและอุปสรรคจึงกลายเป็นสิ่งที่ตามมา
การจากลาเป็นตัวแทนของการเริ่มต้น..สิ่งใหม่ๆ
โลกนี้มันกว้างใหญ่ เกินกว่าที่เราจะแขวนเอาไว้
บนไหล่ข้างนอกมีความฝันใฝ่ ยืนรอยให้เธอไปคว้าไขว่
และฉันจำนวนของมันมีเยอะ กว่านี้
เราสองจะนับได้ถ้วนว่ามีเท่าไหร่
เมื่อกบ 2 ตัว แยกกันออกจากกะลา
ฉันจึงเก็บมิตรภาพเจือจางกับหมึกปากกา
เขียนข้อความถึงตรงนี้ ว่าไกลห่างนับหมื่นลี้
แต่ ซอโซ่ กอดคอไม้โท และสระอี ยังเหมือนเดิม
เธอจงจำไว้เพื่อนซี้ แม้จะยังมีผลสมการที่เราโบยมือบ๊ายบาย
ให้ความเป็นเพื่อนเป็นสัมปทานกับสิ่งดีๆ และร้ายๆ
เขียนคำลาตั้งยืดตั้งยาว เพียงอยากบอกเธอตอนท้ายๆ

* ฉันมีเรื่องราวดีๆ ที่ทำให้ใครต้องอิจฉา
ฉันมีเวลาดีๆ กับเพื่อนดีๆตลอดมา
แต่ว่าคนอื่นๆจะเป็นยังไง เธอยังมีความหมาย บอกไว้ก่อนนะ..
คือความทรงจำดีๆ งดงาม เตรียมไม ไม่เลือนลาง

ฟ้าที่ถูกเมฆดำมากั้นบัง ไม่ได้แปลว่าข้าวหลังเมฆจะปราศจากซึ่งแสงจันทร์
มันก็คงจะเหมือนดังที่ใครซักคนเค้ากล่าว ..
ว่าเพื่อนแท้มันหายาก เพราะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
เราล่องเรือลงลำเดียวกัน มาทั่วทั้งอ่าว แต่แล้วจะมีใครรู้ว่าอ่าวที่ว่ามันอาจจะกว้างแค่กะละมัง
พรุ่งนี้ยังมีอาทิตย์อันร้อนผ่าว และมันคงจะถึงคราวที่ฉันและเธอต้องหันหางเสือเรือกลับเข้าฝั่ง
เพราะฝนทั่งให้เป็นเข็มง่ายกว่า หางมในทะเล
เก็บภาพของข้าวมื้อนั้นที่เราแบ่งกันในจานแปล
เก็บเนื้อร้องเดิมๆท่อนนั้นที่เรากอดคอกันร้องเพลง
เหลือเพลงนี้เป็นเพลงสุดท้ายที่ฉันจะปล่อยให้บรรเลง
แทนน้ำตาล่วงผลอย จากดวงตาจ๋อยๆ
เก็บสีหน้าหงอยๆ ก่อนโบยมือลาหยอยๆ

ในวันพรุ่งนี้ ที่นี่ก็คงจะเปลี่ยนไป
ผู้คนมากมายเข้ามาแทนเธอกับฉัน
บนกระดาษ ข้อความเดิมๆที่ฝากเตือนทิ้งไว้
มันคงสลายกลายเป็นเพียงแค่ฝุ่นผงบนความว่างเปล่า
บนทางเดินเก่าๆ
บนโต๊ะเก้าอี้เก่าๆ
ไม่ว่าจะมีใครมาตรงนี้มันก็ยังเป็นที่เก่าๆ
ก็เรื่องราวที่เราได้ทิ้งไว้ ไม่ลบเลือนไปง่ายดาย
และเพียงเธอยังมีข้อความให้รับรู้
และเมื่อคิดถึงยังมองดูรูปถ่าย
ภาพที่ยังจำ กันได้มาเจอกันอีกครั้ง จำไว้ว่าฉันยังมีเธอเสมอไป

* ฉันมีเรื่องราวดีๆ ที่ทำให้ใครต้องอิจฉา
ฉันมีเวลาดีๆ กับเพื่อนดีๆตลอดมา
แต่ว่าคนอื่นๆจะเป็นยังไง เธอยังมีความหมาย บอกไว้ก่อนนะ..
คือความทรงจำดีๆ งดงามเตรียมไมไม่เลือนลาง
Keep reading →

ตุลาคม 24, 2008

อะไรอะไรก็น่าสนใจ




อะไรหลายๆอย่าง อยากเก็บไว้ดูเอง